วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ธงชาติไทยกับความหมายที่ลึกซึ้งธงชาติไทยกับความหมายที่ลึกซึ้ง

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าทำไมทุกประเทศจะต้องมีธงประจำชาติ แล้วแต่ละชาติจะต้องมีการร้องเพลงประจำชาติด้วย สำหรับประเทศไทยเองก็มีเช่นกัน ธงชาติไทย นั้นมีความหมายที่ลึกซึ้งมาก หลายคนอาจไม่เคยทราบมาก่อน ว่าธงชาติของเราถือกำเนิดขึ้นมาได้อย่างไร และทำไมทุกคนถึงต้องเคารพธงชาติ
ธงชาติ คือสัญลักษณ์แสดงความเป็นเอกราชของชาตินั้น ประเทศไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ได้เริ่มมีการใช้ธงชาติ และมีการเปลี่ยนแปลงธงชาติมาหลายรูปแบบตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก (รัชกาลที่ ๑) เรื่อยมาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชการที่ 6) ได้ถือกำเนิด ธงชาติไทย (Thailand National Flag) หรือธงไตรรงค์ ถูกประกาศใช้ในปี พ.ศ. 2460 แทนธงแบบเดิมที่มีรูปช้างเผือกอยู่ตรงกลาง ถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย แสดงออกถึงความเป็นชาติที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีศักดิ์ศรีของความเป็นไทย ความหมายของธงชาติไทยนั้นมีความหมายที่ลึกซึ้ง เป็นธงที่แสดงถึงความเป็นเอกราชอธิปไตยของคนไทย คำว่า ธงไตรรงค์ได้มาจากการรวมกันของคำ 3 คำ คือคำว่า ธง คำว่าไตร (แปลว่า 3) และคำว่า รงค์ (แปลว่าสี) เมื่อรวมกันจึงแปลได้ว่า ธงสามสีนั่นเอง แถบแต่ละสีก็จะมีความหมายที่เฉพาะตัว โดยแถบสีแดง หมายถึง ชาติรวมถึงพลังแห่งความสามัคคีปรองดอง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของคนในชาติ แถบสีขาว หมายถึง ศาสนาแสดงให้เห็นว่าคนไทยมีศาสนาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ มีเครื่องมืออบรมสั่งสอนจิตใจให้บริสุทธิ์ดุจสีขาว แถบสีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขสูงสุด เป็นจุดศูนย์ความเชื่อมั่นของคนในชาติ ดังนั้นจึงสรุปสั้นๆได้ว่า ธงชาติไทย หรือเรียกอย่างเป็นทางการว่า ธงไตรรงค์ นั้นมีความหมายถึง ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ธงชาติไม่ปรากฏเพียงแค่ 3 แถบ แต่ปรากฏเป็น 5 แถบนั้นเนื่องมาจากความต้องการให้เกิดความสมมาตรและความสละสลวยของธงชาติ ไม่ว่าการเชิญธงขึ้นลงจะใช้ด้านไหน กลัวหัวม้วนหางอย่างไร ธงชาติไทยก็จะปรากฏเป็นแถบแบบเดิมทุกประการนั่นเอง ธงชาติไทยจึงถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องได้รับการเคารพอย่างสูง จึงเป็นที่มาของการที่ในสถานที่ราชการจะต้องมีการเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาในตอนเช้า และเชิญธงชาติลงจากยอดเสาในตอนเย็น และนอกจากนั้นธงชาติไทย ยังมีความสำคัญทางจิตใจ ที่แสดงถึงความรักมั่นในเอกราชของชาติไทย เป็นจุดศูนย์รวมความรู้สึกเชื่อมั่นที่มีของคนในชาติ นอกจากนั้นยังเป็นเสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจลบหลู่ และสามารถเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชาติ เพื่อสร้างความเป็นปึกแผ่นของประเทศไทยให้ยั่งยืนสืบไปชั่วลูกชั่วหลาน
ธงชาติไทยกับความหมายที่ลึกซึ้ง
ธงชาติไทยกับความหมายที่ลึกซึ้ง

ไม่ใช่แค่ไทยที่รักชาติ

หากท่านได้ติดตามสื่อในช่องทางต่างๆไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิลทีวี วิทยุชุมชน แทบทุกสื่อจะให้ความร่วมมีกับรัฐบาลในการปฏิบัติตามนโยบายสร้างชาติให้เข้มแข็ง และสร้างจิตสำนึกในการรักชาติให้กับเด็กๆและเยาวชนคนไทยด้วยการเปิดเพลงชาติไทย จะเปิดวันละ 2 เวลา เวลา 08.00 น. เปิดเพลงชาติเพื่อเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา และ เวลา 18.00 จะเปิดเพลงชาติเพื่อเชิญธงลงจากยอดเสา ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบทอดกันมายาวนานหลายสิบปี เนื่องจาก ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นไทย เราจึงควรยืนตรงเคารพธงชาติ เพื่อความภาคภูมิใจในเอกราชและความเสียสละของบรรพบุรุษไทย เพื่อสร้างสำนึกให้กับลูกหลาน ทำให้ลูกหลานได้มีความสำนึกในบุญคุณที่บรรพบุรุษของเราได้เสียสละเลือดเนื้อ แลกมาด้วยชีวิตเพื่อปกป้องประเทศไทยให้คงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน
การแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ที่เพิ่งจบรอบแรกไปนั้น ใครได้ดูการถ่ายทอดสดตอนต้นรายการ จะเห็นว่า ก่อนเริ่มการแข่งขัน ทางสนามจะเปิดเพลงชาติของคู่แข่งขันทั้งสองชาติก่อน นักฟุตบอลทุกคนจะยืนตรงเคารพธงชาติและเพลงชาติของชาติตัวเอง และร้องเพลงชาติไปด้วย บางชาติขลังถึงกับกำหมัดแนบไว้ที่หัวใจเพื่อแสดงออกถึงความรักชาติและความภูมิใจในชาติ
เราจะเห็นได้ว่าการสร้างความภาคภูมิใจในชาติ เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ไม่ใช่เพียงแค่ประเทศไทยที่มีธรรมเนียมปฏิบัติเช่นนี้ อยากจะบอกว่าแม้แต่ในประเทศที่เจริญแล้วอย่าง ประเทศสหรัฐอเมริกา มีประชากรอาศัยอยู่แบบรวมมิตรหลากหลายชนชาติ แต่อเมริกาเองก็มีวิธีการรับมือเพื่อปลูกฝังให้คนที่อาศัยอยู่ในอเมริกันปัจจุบันมีความรักชาติอเมริกัน โดยไม่สนใจว่าพื้นเพจะเป็นอย่างไร จะมาจากไหน แต่เมื่ออยู่บนแผ่นดินอเมริกัน จะต้องรักในชาติอเมริกัน ยกตัวอย่างง่ายๆเลย เวลาที่คนอเมริกันเล่นกีฬา ไม่ว่าจะประเภทไหนก็ตาม ธรรมเนียมของเขาคือจะต้องร้องเพลงชาติก่อน และร้องด้วยความภาคถูมิใจ เราจะเห็นได้ตามโทรทัศน์เมื่อเวลามีการถ่ายทอดสด เมื่อคนอเมริกันร้องเพลงชาติ จะนำมือกำหมัดทาบลงตรงหน้าอกข้างซ้ายแล้วร้องเพลงชาติอย่างภาคภูมิว่าชาติเป็นของพวกเขาทุกคน
ทุกวันนี้อยากให้คนไทยเกิดสำนึกรักในความเป็นชาติไทยของเราบ้าง เพราะหากพูดถึงเรื่องรักชาติก็จะมีกลุ่มคนออกมาดราม่า หาว่าเป็นพวกคลั่งชาติ ถือเป็นการบั่นทอน เป็นบ่อนทำลายชาติ พวกคุณเหล่านั้นเป็นบ่อเกิดแห่งรอยร้าวที่จะทำให้คนในชาติแตกเป็นสองกลุ่ม คุณกำลังทำให้คนในชาติทะเลาะกันเอง และเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ดูเหมือนจะห่างไกลในความสำนึกในบุญคุณแผ่นดินเข้าไปทุกวัน ถึงเวลาแล้วที่เราทุกคนจะต้องร่วมมือกันทำสิ่งเล็กๆน้อยๆด้วยการร้องเพลงชาติไทย เพื่อแสดงออกว่าเรารักความเป็นไทย รักในประเทศไทยขอเรา
รักชาติไทย
รักชาติไทย

ทำไมต้องเคารพธงชาติวันละ 2 ครั้ง ?

เคยสงสัยกันไหมว่าทำไมทุกประเทศจะต้องมีเพลงชาติไทย แล้วจะต้องมีการร้องเพลงชาติ บางคนอาจจะไม่ได้นึกถึงเพราะ การร้องเพลงชาติโดยเฉพาะในประเทศไทยเป็นเรื่องปกติ เพราะคนไทยมีความเป็นเอกราช และมีความรักชาติอยู่ในสายเลือด แต่ก็ยังมีเยาวชนรุ่นใหม่อยู่ไม่น้อยที่เกิดคำถามแห่งความสงสัยว่า ทำไมต้องร้องเพลงชาติแล้วทำไมเพลงชาติๆไทยจะต้องมาร้องตอน 08.00 กับ 18.00 นาฬิกาของทุวัน เป็นเวลาดีหรืออย่าไร บ้างก็ว่าเป็นเวลาของราชการของทหาร บ้างก็ว่าเกี่ยวกับแสงอาทิตย์ ตอนเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสานั้นแสงสว่างกำลังดี และนำธงชาติลงในเวลาหกโมงเย็นเมื่อพระอาทิตย์เริ่มสิ้นแสง
                ยังไม่มีใครการันตีได้ว่า เนื่องด้วยเหตุผลอะไร แต่นักวิชาการหลายๆท่านได้ทำการวิเคราะห์หาเหตุผลมาตอบลูกๆหลานๆกันได้ว่า แรกเริ่มเดิมทีเป็นการรณรงค์เพื่อความเป็นรัฐนิยมในสมัย จอมพล ป.พิบูลสงคราม ที่นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีอยู่ จุดประสงค์เพื่อเสริมสร้างความรู้สึกนิยมชมชอบและสร้างความภาคภูมิใจในความเป็นชาติไทย และยังเป็นการเผยแพร่สัญลักษณ์ธงชาไทยให้ปรากฏจนชินตาแก่ผู้พบเห็นคณะรัฐมนตรีในสมัยนั้นจึงได้กำหนดให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐประดับธงชาติไว้ในสถานที่อันควร ในบริเวณที่ทำการทุกวันและตลอดเวลา
เคารพธงชาติ
เคารพธงชาติ
                หลังจากนั้นไม่นานเมื่อมีคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเข้ายึดอำนาจ และมีการตั้งรัฐบาลขึ้น โดยมี นายธานินทร์  กรัยวิเชียร  เป็นนายกรัฐมนตรี ในสมัยนี้ได้มีมติเห็นชอบในหลักการตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอว่าให้เริ่มมีการกำหนดเวลาเชิญธงขึ้น และเชิญธงลงจากยอดเสาธงเพลงชาติไทย โดยจะเชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสาในเวลา 08.00 นาฬิกา และเชิญธงชาติไทยลงในเวลา 18.00 นาฬิกาของทุวัน พร้อมมีนโยบายเชิญชวนให้ข้าราชการหยุดยืนเคารพธงชาติในเวลา เพื่อเป็นตัวอย่างอันดีแก่ประชาชนทั่วไป โดยมีประกาศอยู่ในราชกิจจานุเบกษาเรื่องระเบียบการชักธงชาติ ถือเป็นจุดเริ่มต้นขอการเคารพธงชาติในเวลา 08.00 กับ 18.00 นาฬิกาของทุวัน

                นอกจากนั้น ตามสถานที่สำคัญ ตามสี่แยกต่างๆจะมีการติดตั้งเครื่องขยายเสียงเพื่อเปิดรับฟังการเทียบเวลาจากสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ทุกเวลา 08.00 กับ 18.00 นาฬิกา ประชาชนทุกคนจะต้องได้ยินเสียงเพลงชาติขับร้องบรรเลงขึ้น ผู้คนจะต้องละจากการทำกิจกรรมทุกอย่างและหยุดยืนตรงเคารพธงชาติ จนกลายเป็นเรื่องธรรมเนียมปฏิบัติที่เคยชินสืบมาจนถึงปัจจุบันนี้นั่นเอง